ป้ายกำกับ

วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

3 ตัวอย่างเส้นทางที่ ใช้ JR Pass



ตัวอย่างเส้นทางที่ (1) เที่ยวเฉพาะโตเกียวและเมืองรอบๆ สามารถตัดตัวเลือก JR Pass แบบ 7 วันทั่วประเทศ ออกไปได้เลย เพราะไม่คุ้มแน่ๆ ถ้ามองแบบเฉพาะเมือง เราสามารถวางแผนเที่ยวง่ายๆดังนี้
  • ภายในโตเกียว ใช้ตั๋วรถไฟแบบเหมาทั้งวัน ควรวางแผน ให้ดีวันไหนจะใช้ JR เที่ยว และวันไหนจะใช้ Tokyo Metro เที่ยว จะได้เลือกซื้อเฉพาะอย่างไปในแต่ละวันครับ
  • ฮาโกเน่ แนะนำ Hakone Freepass ของ Odakyu (ราคา 5000 เยน) เพราะนอกจากจะรวมค่ารถไฟไป-กลับชินจูกุแล้ว ยังสามารถใช้เดินทางภายในฮาโกเน่ได้อย่างไม่จำกัดอีกด้วย (ซึ่งในส่วนนี้ถ้าใช้ JR Pass ไม่ครอบคลุม) รายละเอียด>>> ที่นี่
  • โยโกฮาม่า เมืองนี้อยู่ใกล้โตเกียวมาก นั่งรถไฟธรรมดาใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง และในเมืองสามารถเดินเที่ยวได้ หากต้องการเดินทางไปหลายที่ภายในโยโกฮาม่า ใช้เฉพาะ ตั๋ว Minatomirai pass (ราคา 840 เยน) ก็เพียงพอ รายละเอียด>>> ที่นี่
  • คามาคุระ แนะนำ Kamakura-Enoshima Freepass ของ Odakyu (ราคา 1430 เยน) คล้ายกับของฮาโกเน่ ที่รวมค่ารถไฟไปกลับ จากโตเกียวและการเดินทางภายในคามาคุระและเกาะเอะโนะชิมะ (ซึ่งในส่วนนี้ถ้าใช้ JR Pass ไม่ครอบคลุม) รายละเอียด>>> ที่นี่
  • ดิสนีย์แลนด์ ตั้งอยู่ในเมืองโตเกียวอยู่แล้ว สามารถซื้อตั๋วไป-กลับได้ตามปกติ
สรุป เที่ยวเฉพาะแถบคันโต หากเราตั้งศูนย์กลางไว้ที่โตเกียว จะสามารถเดินทางไปเช้า-เย็นกลับได้ทุกเมือง ยกเว้นเสียแต่ว่าอยากจะค้างคืนในที่พักสไตล์ญี่ปุ่น ท่ามกลางธรรมชาติ แช่น้ำพุร้อน สามารถทำได้ที่ฮาโกเน่ และสามารถใช้พาสเดินทางกลับเข้าโตเกียวได้ในวันถัดไป (Hakone Freepass ใช้งานได้ 2 วัน) ไม่จำเป็นต้องใช้ JR Pass แบบ 7 วัน
ถ้าพูดถึง JR Kanto Pass ว่าควรซื้อหรือไม่ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ พาสนี้ใช้ได้ 3 วันต่อเนื่องกัน (ราคา 8000 เยน รายละเอียด>>> ที่นี่) ต้องวางแผนให้ใช้พาสนี้ให้คุ้มตั้งแต่วันแรกซะก่อน อาจจะเริ่มใช้เดินทางเข้าเมืองจากสนามบินนาริตะโดย N’EX เลยก็ได้ เที่ยวภายในโตเกียวและเมืองใกล้ๆอย่างโยโกฮาม่าในช่วงต้น และค่อยมาเก็บเมืองอื่นที่ JR Pass ไม่ครอบคลุมทีหลัง เพราะฉะนั้นยังคงต้องซื้อพาสชนิดอื่นสำหรับใช้เที่ยวเพิ่มเติมอยู่ดีครับ
ส่วนวิธีการเดินทางไปกลับสนามบิน มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับสนามบินที่ลงและปลายทางที่ตั้งของโรงแรมว่าตั้งอยู่ใกล้สถานีใด สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก >>> ที่นี่

ตัวอย่างเส้นทางที่ (2) เที่ยวเฉพาะแถบคันไซ ถ้าจะเที่ยวแถบนี้สามารถเลือกใช้ตั๋วได้ 2 แบบ คือ JR West Pass และ Kansai Thru Pass (JR Pass 7 วันแบบทั้งประเทศ ไม่ต้องใช้ในกรณีนี้ครับ) โดยส่วนตัวคิดว่า การเที่ยวในคันไซ ง่ายและประหยัดที่สุดแล้ว ด้วยพาสที่อำนวยความสะดวก ตั้งแต่จากสนามบินไปยังเมืองต่างๆ ที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน (ไม่ว่าจะเป็น โอซาก้า, เกียวโต, นารา, เฮียวโก, วากายาม่า , ชิกะ)
  • ภายในโอซาก้า ถ้ามีเวลาอย่างน้อย 2 วันเต็ม แนะนำ Osaka Unlimited Pass แบบ 2 วัน บัตรใบเดียวที่รวม การเดินทางด้วยรถไฟภายในโอซาก้าทุกสาย (ยกเว้นรถไฟ JR Loop Line) และค่าเข้าสถานที่สำคัญอีกกว่า 28 แห่ง คุ้มแบบไม่่ต้องคิดอะไรมากเลยครับ (แต่ถ้ามีเวลาแค่วันเดียวก็สามารถซื้อแบบ 1 วันได้เช่นกัน)
  • เกียวโต ถ้าใช้ Kansai Thru Pass เดินทางได้โดยสาย Hankyu และพาสนี้ใช้ขึ้นรถบัสเที่ยวรอบเมืองได้ด้วย ถ้าใช้ JR West Pass ต้องซื้อตั๋วรถบัสเพิ่มราคา 500 เยน
  • นารา เดินทางจากโอซาก้าได้ทั้ง Kansai Thru Pass (สาย Kintetsu) และ JR West Pass (สาย JR Nara) ส่วนการเดินทางภายในนารา ใช้วิธีการเดินเที่ยวก็ได้ครับ ถ้าไม่ได้ไปไกลมาก
  • โกเบ การเดินทางภายใน สามารถนั่งรถใต้ดินหรือรถ JR ได้ทั้งคู่ ส่วนรถ Loop Bus ต้องซื้อเพิ่มราคา 650 เยน ไม่ว่าจะใช้พาสแบบไหนก็ตาม
  • ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ การเดินทางไปนั้นสามารถใช้พาสใดก็ได้แต่เนื่องจากเราจะใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับสวนสนุก เพราะฉะนั้น ควรแยกซื้อตั๋วรถไฟเป็นเที่ยวไปดีกว่า และเก็บพาสเอาไว้ใช้สำหรับเที่ยวตามสถานที่อื่นทั่วเมืองโอซาก้าแทน
สรุป เที่ยวเฉพาะแถบคันไซ เดินทางแต่ละแห่งไม่ไกลจากกันมาก สามารถไปเช้า-เย็นกลับได้จากโอซาก้า รถไฟที่วิ่งภายในคันไซนั้นจะเป็นรถไฟสายเอกชนซะมากกว่าซึ่งครอบคลุมทุกสายด้วย Kansai Thru Pass ที่มีให้เลือกใช้แบบ 2 วัน และ 3 วัน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งการเดินทางข้ามเมือง และท่องเที่ยวภายในแต่ละเมือง โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่องกัน ส่วน JR West Pass ใช้เดินทางระหว่างเมือง ด้วยสาย JR เพียงอย่างเดียว เดินทางเข้าถึงแต่ละสถานีหลักของแต่ละเมืองได้ง่าย แต่อาจจะต้องซื้อตั๋วเที่ยวภายในเมืองชนิดอื่นเพิ่มเติม มีให้เลือกใช้ตั้งแต่แบบ 1 วัน จนถึง 4 วัน ขึนอยู่กับที่ตั้งของที่พักและความสะดวกของแต่ละคนครับ
ตัวอย่างเส้นทางที่ (3) เที่ยวในแถบคันโตและคันไซ คือเอา (1) และ (2) มารวมกัน วิธีนี้จะสะดวกมาก เมื่อบินเข้าและออกต่างสนามบินกัน เช่นบินเข้านาริตะเพื่อเที่ยวแถบคันโตก่อนในช่วงต้น เที่ยวแถบคันไซในช่วงหลัง และบินกลับจากโอซาก้า เป็นต้น ถ้าสามารถทำแบบนี้ได้เราก็จะยังคงไม่ต้องใช้ JR Pass แบบ 7 วัน เพื่อที่จะเลือกใช้พาสเฉพาะเขตหรือเฉพาะเมือง เจาะเป็นจุดๆไปแทน ที่ต้องจ่ายหนักหน่อยคือ ขานั่งจากโตเกียวมายังโอซาก้า ซึ่งจะต้องนั่งชิงคังเซน หรือถ้าจะประหยัดสามารถเลือกนั่งรถบัสตอนกลางคืนก็ได้ครับ (ราคาต่างกันราวครึ่งๆ แต่ก็ใช้เวลามากกว่า 2-3 เท่าตัว)
ส่วนในกรณีที่ไม่สามารถเลือกสนามบินขากลับเป็นอีกแห่งได้ จำเป็นจะต้องไปกลับสนามบินเดิม และยังมีความต้องการ เที่ยวเส้นทางนี้อยู่ ต้องใช้ JR Pass แบบทั่วประเทศ 7 วันเท่านั้น เพราะว่าเป็นการเดินทางข้ามภูมิภาค จะไม่มีทางเลือกอื่น และต้องเลือกซื้อบัตรเที่ยวเฉพาะเมืองสำหรับในแต่ละวันเพิ่มเติมอีก เรามาลองดูกันดีกว่าครับ ว่าวิธีไหนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่และแบบไหนมีความสะดวกมากกว่ากัน
กรณีเดินทางไป-กลับต่างสนามบินและไม่ใช้JR Pass แบบ 7 วัน
(เส้นทางบินเข้าสนามบินนาริตะ บินออกจากสนามบินคันไซ มีเวลาเที่ยว 9 วัน)
  • วันที่ 1 จากสนามบินนาริตะ นั่งรถไฟเข้าเมืองโดย N’EX (1500 เยน) เที่ยวตัวเมืองโตเกียวทั้งวันด้วยบัตรรถไฟ JR 1 วัน (730 เยน)
  • วันที่ 2 เที่ยวนิคโก้ด้วย Tobu All Nikko Pass ไปเช้า-เย็นกลับ หรือค้างคืน (4400 เยน) รายละเอียด>>>ที่นี่
  • วันที่3-4 เที่ยวฟูจิด้วย Fuji-Hakone Freepass (7200 เยน) ค้างคืนที่ทะเลสาปคาวากูจิโกะ วันรุ่งขึ้นใช้พาสเดิมเที่ยวแถบ Hakone ต่อ เดินทางกลับเข้าโตเกียวช่วงเย็น (ไม่แนะนำให้ขนกระเป๋าใหญ่ติดตัวไป เพราะต้องขึ้นลงเปลี่ยนรถหลายครั้ง ทำให้ลำบากต่อการเดินทางครับ)
  • วันที่ 5 เดินทางเข้าโอซาก้าแต่เช้า ด้วยชิงคังเซน (13240 เยน) เที่ยวโอซาก้าทั้งวันด้วยตั๋วรถไฟธรรมดา
  • วันที่ 6-8 ใช้ Kansai Thru Pass แบบ 3 วัน (5000 เยน) เพื่อเที่ยวเมืองเกียวโตและนารา อาจจะใช้เที่ยวเกียวโต 2 วัน (ค้างคืนที่เกียวโต หรือถ้าไม่กลัวเหนื่อยไป-กลับจากโอซาก้าทั้ง 2 วันก็ได้)
  • วันที่ 9 ค่ารถไฟเดินทางเข้าสนามบินคันไซ (890 เยน)
รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางเบื้องต้น 32,960 เยน
กรณีเดินทางไป-กลับสนามบินเดียวกันและใช้ JR Pass แบบ 7 วัน
(เส้นทางบินเข้าออกสนามบินนาริตะ มีเวลาเที่ยว 9 วัน)
  • วันที่ 1 ซื้อ Suica&N’EX สำหรับไปกลับจากสนามบินนาริตะ และใช้ Suica เที่ยวทั่วโตเกียว (5500 เยน) รายละเอียด>>> ที่นี่
  • วันที่ 2 เริ่มใช้ JR Pass วันแรก นั่งชิงคังเซนลงที่สถานี Utsunomiya และต่อรถไฟ JR ไปเที่ยวนิคโก้ (28300 เยน)
  • วันที่ 3 ใช้ JR Pass ไปเที่ยวฟูจิ ใช้พาสได้ถึงสถานี Otsuki หลังจากนั้นต้องเสียค่ารถไฟสาย Fuji Kyu เพิ่มเติม (1100 เยน)
  • วันที่ 4 ใช้ JR Pass ไปเที่ยวฮาโกเน่ ลงที่สถานี Odawara และต้องซื้อ Hakone Free Pass เพิ่มเติม (3900 เยน)
  • วันที่ 5 ใช้ JR Pass นั่งชิงคังเซนมาเที่ยวเมืองโอซาก้า และซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินเพิ่มเติมบางสถานีสำหรับเที่ยวในเมือง
  • วันที่ 6 ใช้ JR Pass นั่งชิงคังเซนไปเกียวโต ซื้อตั๋วรถบัส 1 วันเพิ่มเติม (500 เยน)
  • วันที่ 7 ใช้ JR Pass นั่งรถไฟจากโอซาก้า/เกียวโตไปนารา
  • วันที่ 8 ใช้ JR Pass นั่งชิงคังเซนกลับโตเกียว
  • วันที่ 9 นั่ง N’EX เข้าสนามบินนาริตะ
รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางเบื้องต้น 39,300 เยน
สรุป กรณีแรกที่ไม่ใช้ JR Pass และเดินทางเข้าออกคนละสนามบิน จะประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางมากกว่า ส่วนกรณีที่สอง จ่ายแพงกว่า แต่ไม่ใช่ไม่คุ้มนะครับ เพราะเราได้นั่งชิงคังเซนถึง 2 รอบไปกลับโตเกียว-โอซาก้า แถมได้นั่งไปเกียวโตอีกด้วย ถ้ามองถึงความสะดวกสบาย แบบนี้ก็ถือว่าสะดวกกว่าแบบแรก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกำหนดทิศทางและวันในการเดินทางแต่ละวันว่า จะเริ่มใช้ JR Pass ในวันไหนเพื่อให้ครอบคลุมในวันที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเยอะที่สุดครับ

1 ความคิดเห็น:

  1. หวยออมสินหวยออมสิน หรือ สลากออมสิน สลากกินแบ่งออมสิน เป็นหวยของธนาคารออมสิน การแทงหวยออมสิน มีวิธีเล่นเหมือนหวยใต้ดินทั่วไป ซึ่งทางเว็บสยามรวยจะเริ่มเปิดรับแทงหวยล่วงหน้าก่อนวันหวยออกประมาณ 5 วัน และจะปิดรับแทงหวยเวลา 12.30 น. ในวันที่หวยออก ทุกวันที่ 1 และ วันที่ 16 ของทุกเดือน

    ตอบลบ