แม้ในปัจจุบัน จะมี โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)ที่มาครองตำแหน่งหอคอยที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นและในโลกแล้วก็ตาม แต่ชื่อของ โตเกียว ทาวเวอร์ก็ยังครองใจคนโตเกียวและคนญี่ปุ่นจำนวนมาก ไม่ใช่แค่ในฐานะของอดีตหอคอยที่สูงที่สุดเท่านั้น แต่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นตัวแทนแห่งความหวังอันเรืองรองของคนญี่ปุ่นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ประเทศกำลังต้องฟื้นฟและพัฒนาไปข้างหน้าอย่างเข้มข้นและเข้มแข็ง
หลังสงครามในปี 1950 ประเทศญี่ปุ่น มองหาอนุสาวรีย์ เพื่อมาเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงอำนาจและอิทธิพลทางเศรษฐกิจของโลก รวมถึงความสามารถทางเทคโนโลยี รัฐบาลได้มีการอนุมัติเมกะโปรเจคสร้างชาติมากมายในช่วงเวลานี้ รวมถึงโครงการยักษ์อย่างโตเกียวทาวเวอร์ด้วยหอคอยแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 1958 มีความสูง 332.6 เมตร (1,091 ฟุต) สร้างจากเหล็กถึง 4,000 ตัน ซึ่งบางส่วนได้รับบริจาคจากเศษเหล็กของรถถังอเมริกัน ในสงครามเกาหลีซึ่งครองตำแหน่งหอคอยที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นมากว่า 50 ปี ก่อนจะโดนโค่นแชมป์ไปให้ โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)
แม้จะเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพในด้านการก่อสร้างของชาวญี่ปุ่น แต่หน้าที่หลักของโตเกียวทาวเวอร์ ที่รับใช้มหานครหลวงแห่งนี้มายาวนาน ก็คือการเป็นหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ไว้คอยส่งสัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ เช่น NHK TBS, FUJI TVฯลฯ และยังเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ดีที่สุดของโตเกียว ปีหนึ่งๆ จะมีผู้เข้าชมหอคอยแห่งนี้มากกว่า 2.5 แสนคน
บริเวณหอคอยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ส่วนล่างสุดเป็นอาคารสูง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ใต้หอโดยตรง ภายในประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ภัตตาคาร ฯลฯ อีก 2 ส่วนที่เหลือเป็นจุดชมวิว ตั้งอยู่บนความสูง 150 เมตร และ 250 เมตรตามลำดับ
ในช่วงเวลากลางคืน โตเกียวทาวเวอร์ จะสวยงามโดดเด่นมองเห็นในระยะไกลด้วยแสงไฟจำนวนกว่า160ดวงที่ส่องสว่างและสร้างความงามที่แตกต่างไปจากช่วงกลางวัน ตัดกับท้องฟ้าสีเข้มยามค่ำคืนและมีแสงสีของมหานครใหญ่เป็นฉากหลัง
โตเกียว ทาวเวอร์ (Tokyo Tower)
1. รถไฟใต้ดินสาย Hibiya ลงสถานี Akabanebashi ทางออก Akabanebashi แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที
2. รถไฟใต้ดินสาย Hibiya ลงสถานี Kamiyacho ทางออก 1 แล้วเดินต่อลงมาจนถึงแยกไฟแดงที่ 2 ให้เลี้ยวซ้ายแล้วเดินต่ออีกประมาณ 100 เมตร Tokyo Tower อยู่ขวามือ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น